อาหารเพื่อสุขภาพ
วันจันทร์ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
เห็ดหูหนูขาวเพื่อสุขภาพและผิวพรรณ
เห็ดหูหนู
เป็น
เห็ด
ที่หาทานได้ง่ายราคาไม่แพง เป็นเห็ดที่นิยมนำมาทำเป็นอาหาร และผลิตเป็นสารสกัด เพื่อช่วยบำรุงร่างกายและผิวพรรณ เห็ดหูหนูสามารถแบ่งชนิดหลัก ๆ ได้ ตามสีของของเห็ดคือ เห็ดหูหนูดำ และ เห็ดหูหนูขาว โดยทั้งสองชนิดมีประโยชน์คล้าย ๆ กันแต่จะให้ประโยชน์แก่อวัยวะภายในร่างกายแต่ละส่วนแตกต่างกัน
ประโยชน์โดยรวมของเห็ดหูหนูทั้งขาวและดำ คือช่วยบำรุงเลือด ช่วยชะลอความเสื่อมถอยของเซลล์ในร่างกาย เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง เป็นยาบำรุงกำลัง บำรุงระบบย่อยอาหาร บำรุงสมอง โดยเฉพาะเห็ดหูหนูขาว ที่ได้รับการยกย่องมาอย่างยาวนานว่าเป็นสุดยอดของเห็ดเพื่อสุขภาพอย่างแท้จริง
เมื่อพูดถึงเห็ดหูหนูขาว เชื่อว่าน้อยคนนักที่จะไม่รู้จักและไม่เคยทาน เห็ดหูหนูขาว หรือ ชื่อในภาษาอังกฤษว่า Tremella Mushroom, Tremella Fuciformis Mushroom ( White Jelly Fungus ) เป็นเห็ดที่มีลักษณะเหมือนเยลลี่ อุ้มน้ำได้ดี เป็นเห็ดที่รู้จักกันดีในวงการแพทย์แผนจีน โดยมีประวัติอันยาวนาน ถูกใช้ในตำรับอาหารช่วยบำรุงกำลัง และใช้ในตำรับยาภายในพระราชวังหลวง มาตั้งแต่สมัยราชวงศ์ถัง ถึงขนาดมีการจดบันทึกว่า นางสนมหยางกุ้ยเฟย ที่ได้รับการยกย่องและขนานนามว่าเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดคนนึงในประวัติศาสตร์ของจีน มีการใช้เห็ดหูหนูขาวเป็นส่วนประกอบในสูตรยาเพื่อช่วยรักษาผิวพรรณและความงาม
เห็ดหูหนูขาวกับผิวพรรณ
คุณประโยชน์ของเห็ดหูหนูขาวที่กำลังได้รับความนิยมและพูดถึงมากเรื่องนึงในตอนนี้คือ คุณสมบัติที่ช่วยเรื่องการบำรุงผิวพรรณ การทานเห็ดหูหนูขาวจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื่น อิ่มน้ำให้กับผิวพรรณ เนื่องจากเห็ดหูหนูขาว สามารถซับ และอุ้มน้ำได้มาก ถือเป็นไฟโต ไฮยาลูโรเนด (Hyaluronate) ตามธรรมชาติ ที่ช่วยจัดการกับอนุมูลอิสระภายในร่างกายอย่างมีประสิทธิภาพ จึงช่วยฟื้นคืนความอ่อนเยาว์ ผิวเรียบเนียน คืนความเต่งตึงให้กับผิวและใบหน้าได้
สรรพคุณของเห็ดหูหนูขาว
นอกจากเรื่องผิวที่เด่น ๆ แล้ว เห็ดหูหนูขาวนั้นยังเป็นพืชที่มีสรรพคุณอื่น ๆ อีกมากมาย ทั้งช่วยบำรุงร่างกาย และยังช่วยในการควบคุมน้ำหนักได้ สำหรับประโยชน์ต่อร่างกายนั้น เห็ดหูหนูขาวจะออกฤทธิ์โดยตรงกับปอด ไต กระเพาะอาหาร และ กระดูก จากงานวิจัยสมัยใหม่พบว่าในเห็ดหูหนูขาวประกอบด้วย สารอาหารต่าง ๆ มากมาย ได้แก่ โปรตีน ไขมัน น้ำตาล ใยอาหาร วิตามิน มีกรดอะมิโนสำคัญที่จำเป็นต่อร่างกายหลายตัว มีฤทธิ์เป็นกลาง ไม่ร้อน ไม่เย็น มีรสหวาน จึงจัดอยู่ในคุณสมบัติของยาบำรุง เสริมพลัง
🍄 ช่วยบำรุงสมอง มีฤทธิ์ช่วยสงบประสาท ช่วยให้นอนหลับได้ดี
🍄 เสริมและบำรุงสารน้ำของปอด
🍄 บำรุงไต
🍄 บรรเทาอาการไอ
🍄 บำรุงหัวใจ
เห็ดหูหนูขาวมีสารต้านอนุมูลอิสระซึ่งสูงกว่าเบต้าแคโรทีนในผักสีส้มและเหลือง มีส่วนช่วยในการชะลอความเสื่อมของเซลล์ ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย จึงเป็นสุดยอดเห็ดอีกชนิดที่มีความโดดเด่นในการช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง นอกจากนี้ยังช่วยให้ระบบการไหลเวียนเลือดดี ลดความดัน ลดอาการหลอดเลือดหัวใจตีบและหลอดเลือดในสมองแตกได้
เห็ดหูหนูขาวกับการควบคุมน้ำหนัก
เมื่อผิวสวย สุขภาพดีแล้ว เรื่องรูปร่างก็ไม่น้อยหน้า เนื่องด้วยเห็ดหูหนูขาวเป็นพืชตระกูลเห็ด ที่ให้พลังงานน้อย และมีคอเรสเตอรอลต่ำ มีใยอาหารที่ไม่ละลายในน้ำ ทำให้ทานแล้วอิ่มได้นาน ช่วยทำให้การดูดซึมน้ำตาลเข้าสู่กระเลือดช้าลง จึงทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเกิดความสมดุล และยังช่วยให้ระดับไขมันในเลือดลดลง ฟื้นฟูระบบย่อยอาหาร และช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดี เห็ดหูหนูจึงเป็นตัวช่วยตัวนึงในการลดน้ำหนัก
รับประทานเห็ดหูหนูขาวกันเถอะ
จากข้อมูลที่ได้เล่าสู่กันฟัง การรับประทานเห็ดหูหนูขาว จึงเป็นทางเลือกนึงในการดูแลสุขภาพร่างกายแบบครบวงจร ทั้งบำรุงกำลัง บำรุงกระดูก ข้อต่อ บำรุงอวัยวะภายใน ช่วยควบคุมน้ำหนัก บำรุงผิวให้เต่งตึง ชุ่มน้ำ ใครสนใจ ก็ลองไปหาเห็ดหูหนูมารับประทานกัน ซึ่งเห็ดหูหนูขาวถือเป็นเห็ดที่หาซื้อได้ง่าย มีให้เลือกซื้อทั้งแบบแห้ง และแบบแปรรูป ถือเป็นเห็ดที่รับประทานอร่อย สามารถนำมาทำอาหารได้หลากหลายเมนู ทั้งคาว และหวาน วันนี้เรามีเมนูมานำเสนอค่ะ นั่นก็คือ เมนู ปลากระพงนึ่งมะนาว เป็นเมนูที่ได้ประโยชน์ทั้งจากปลาและเห็ด รสชาติอร่อยเปรี้ยวแซ่บจนหยุดไม่อยู่แน่นอน เป็นเมนูยอดนิยมของคนรักรสชาติจัดจ้านเผ็ดร้อน ปลากะพงเนื้อนุ่มนึ่งกับมะนาวได้รสชาติที่กินแล้วอยากอาหารมากยิ่งขึ้น กินเป็นกับแกล้มเหล้าก็อร่อย กินเป็นกับข้าวก็เยี่ยม
วันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
ผักรสขมคุณประโยชน์ที่ไม่ควรมองข้าม
พอพูดถึง
ผักรสขม
ทำให้หลายคนถึงกับออกอาการสะอิดสะเอียนเพราะนอกจากจะมีรสชาติขมปี๋เป็นเอกลักษณ์เเล้วยังมีกลิ่นเหม็นเขียวเตะจมูกอีกต่างหากก็คงไม่แปลกหรอกนะคะที่ใครหลายคนจะไม่รัก
ผัก
เเม้ผักจะมีมากมายหลายชนิดเเต่ส่วนใหญ่ผักรสขมทั้งหลายก็ไม่ค่อยได้รับความนิยมเเต่ถ้าคุณเคยได้ยินประโยคที่ว่า"หวานเป็นลมขมเป็นยา"ตามที่โบราณเขาว่ามาก็อยากให้คุณลองเปิดใจให้ผักรสขมทั้งหลายที่ประโยชน์ของมันเหลือล้นเกินบรรยายไม่ได้ขมปี๋เเบบรสชาติของมันเลยวันนี้เราเลยอยากชวนคุณผู้อ่านทุกคนไปทำความรู้จักกับผักรสขมที่ให้ประโยชน์เเบบที่คุณไม่ควรมองข้ามมาเเบ่งปันกันคะ
1.สะเดา
เปิดลำดับเเรกด้วยผักที่ดิฉันเชื่อว่าใครหลายคนต้องรู้จักหรือเคยทานกันบ้างล่ะคะสะเดามีสรรพมีฤทธิ์เป็นยาที่มีคุณค่ามากเลยล่ะคะอีกทั้งยังเต็มไปด้วยคุณประโยชน์ทางโภชนาการให้วิตามินเเละเเร่ธาตที่จำเป็นต่อร่างกายเช่นโปรตีนคาร์โบไฮเดรตฟอสฟอรัสเหล็กเบต้าเเคโรทีนหรือวิตามินซีการทานสะเดายังช่วยบำรุงเลือดมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระชะลอความเสื่อมของเซลล์หรือโรคอัลไซเมอร์ได้เป็นอย่างดีโดยเฉพาะถ้าคุณนำเอาสะเดามาต้มเเล้วดื่มก็จะช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้เป็นอย่างดี(เเต่ก็อย่าลืมศึกษาข้อมูลให้ดีด้วยนะคะ)
2.มะระจีน
อีกหนึ่งชนิดผักรสขมปี๋ที่คุณอาจเเทบไม่เคยเเตะเเเม้จะมีการนำเอามาทำเมนูอาหารอย่างมะระยัดไส้หมูคุณก็ยังเลือกทานเเค่เนื้อหมูอยู่ดีใช่ไหมละคะเเต่หลังจากวันนี้เราอยากให้คุณได้ลองชิมรสมันดูนะคะเพราะประโยชน์ของมะระจีนขึ้นชื่อในเรื่องของการเป็นผักที่ทานเพื่อช่วยรักษาโรคเบาหวานได้เป็นอย่างดีเพราะช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดมีสารรสขมที่เรียกว่าMomodicineช่วยกระตุ้นให้รู้สึกเจริญอาหารช่วยเสริมสร้างการทำงานของกระดูกเเละสมองมะระจีนยังช่วยขับพิษเเละบำรุงตับได้เป็นอย่างดีอีกด้วยนะคะเเละที่สำคัญที่คุณผู้หญิงทั้งหลายไม่ควรมองข้ามคือการทานมะระจีนช่วยบำรุงสายตาเเละผิวพรรณของคุณดีขึ้นอีกด้วยนะคะรู้อย่างนี้เเล้วกล้าเมินใส่เจ้ามะระจีนได้ลงคอเหรอคะ
3.มะระขี้นก
เราขอยกเอามะระขี้นกผักอีกชนิดที่หลายคนก็นิยมเอาไปเป็นผักเคียงทานคู่กับน้ำพริกก็เพราะประโยชน์มากล้นของมันนี่ล่ะคะเเม้มะระขี้นกจะถูกจัดให้เป็นอีกหนึ่งชนิดผักที่ให้รสขมปี๋ไม่มีใครเทียบเทียมเเต่คุณประโยชน์มากล้นของมะระขี้นกที่ไม่ธรรมดาเช่นมีสรรพคุณในการช่วยในเรื่องของการขับถ่ายแก้อาการท้องผูกหรือโรคที่เกี่ยวข้องกับโรคกระเพาะอาหารหรือลำไส้รักษาโรคบิดหรือแก้พิษล้างพิษได้เป็นอย่างดีมะระขี้นกเองก็ยังช่วยดูเเลโรคเบาหวานได้เป็นอย่างดีเพราะมีสารซาเเรนตินที่ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดกระตุ้นการเผาผลาญน้ำตาลเเละชะลอความผิดปกติของไตได้เป็นอย่างดีอีกด้วยนะคะว่าเเล้วเย็นนี้รีบตรงไปตลาดหามะระขี้นกมาลองทานกันดีกว่านะคะ
4.ขี้เหล็ก
ขี้เหล็กเป็นผักสมุนไพรพื้นบ้านของภาคใต้ซึ่งจะนิยมทานกันเป็นอย่างมากเเต่ทุกวันนี้ก็ไม่ใช่ว่าขี้เหล็กจะได้รับความนิยมเเค่ในผู้คนในภาคใต้เเค่เพียงเท่านั้นนะคะเราลองมาดูประโยชน์เน้นของขี้เหล็กกันดีกว่าคะขี้เหล็กขึ้นชื่อในเรื่องของผักรสชมที่ช่วยให้นอนหลับได้เร็วเเละสบายมากขึ้นเพราะใบขี้เหล็กช่วยออกฤทธิ์สงบประสาทประสาททำให้รู้สึกหลับได้สบายมากยิ่งขึ้นขี้เหล็กยังให้สารอาหารประเภทวิตามินเบต้าเเคโรทีนเหล็กฟอสฟอรัสเหล็กเเละเป็นพืชที่มีเส้นใยอาหารสูงอีกด้วยนะคะถ้าใครอยากลองทานขี้เหล็กก็ลองเริ่มจากเมนูยอดฮิตอย่าง"แกงขี้เหล็ก"ดูสักถ้วยกับข้าวสวยร้อนๆเเค่นี้ก็ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดีเเล้วล่ะค่ะ
5. ยอ (ใบยอหรือลูกยอ)
ใครรู้จักผักรสขมชนิดนี้เเสดงตัวเลยคะเพราะน้อยคนนักที่จะรู้จักพืชสมุนไพรชนิดนี้เเต่ก็ยังมีคนอีกจำนวนไม่น้อยที่นิยมนำยอไปประกอบอาหารนะคะเเต่รู้ไหมคะว่าเจ้าลูกยอก็มีวิตามินสูงมากทั้งยังช่วยขับลมในกระเพาะอาหารเเละที่สำคัญยังเป็นอีกพืชสมุนไพรที่ช่วยต้านทานมะเร็งได้ใบยอก็ยังช่วยแก้โรคเบาหวานโรคหลอดเลือดหรือโรคหัวใจได้สำหรับคุณผู้หญิงที่ประจำเดือนมาไม่ปกติลองนำใบยอมาต้มดื่มก็ช่วยได้ดีเช่นกันนะคะสำหรับผลยอหรือลูกยอช่วยลดไข้แก้อาเจียนเเละมีฤทธิ์ในการช่วยเจริญอาหารได้ทีดีเดียวคะเห็นรูปร่างของมันเเปลกๆแบบนี้ที่ไหนได้ประโยชน์ไม่ใช่เล่นๆเลยนะคะ
มาถึงตอนนี้คุณผู้อ่านทุกคนเริ่มรู้สึกอยากทานผักรสขมกันบ้างหรือยังคะถ้าเริ่มรู้สึกอยากลิ้มลองมันบ้างเเล้วก็ลุยเลยคะศึกษาเลยว่าเเต่ละชนิดสามารถนำมาทำเป็นเมนูของคุณได้อย่างไรเเต่ถ้าใครยังไม่ของเลือกทานมันก็ไม่ใช่เรื่องผิดอะไรนักนะคะอาจจะค่อยๆลองทานวันเล็กวันละน้อยเชื่อได้เลยว่าสักวันหนึ่งคุณอาจจะหล'รักเจ้าผักรสขมทั้งหลายอย่างเเน่นอนคะนอกจากทานเพื่อสุขภาพดีเเล้วก็ยังช่วยป้องกันคุณจากโรคภัยไข้เจ็บต่างๆได้ดีอีกด้วย
วันศุกร์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
สุดยอดสมุนไพรไทย ที่ใครๆก็รู้จัก
ในปัจจุบัน อาการเจ็บ
ป่วย
เล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างปวดศีรษะ ปวดท้อง ฯลฯ หลายคนมักจะเลือกใช้ยาแผนปัจจุบัน โดยคิดว่าเป็นวิธีที่รวดเร็วทันใจดี แต่ลองมองซิว่า รอบ ๆ บ้านมีพืช
สมุนไพร
ไทยอะไรปลูกอยู่หรือเปล่า เพราะพืชสมุนไพรเหล่านี้สามารถนำมาใช้รักษาอาการเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้ ได้ผลชะงัดนักแล แถมบางชนิดยังสามารถบรรเทาอาการโรคยอดฮิตได้ด้วยนะ
วันนี้เราเลยขอหยิบสมุนไพรไทย ที่คนรู้จักดี มาบอกเล่าเก้าสิบถึงสรรพคุณให้ทราบกันอีกครั้งค่ะ
ว่านหางจระเข้
ไม้ล้มลุกใบใหญ่หนาที่ทุกคนรู้จักกันดี แม้ถิ่นกำเนิดจะอยู่ไกลถึงฝั่งเมดิเตอร์เรเนียน และแอฟริกา แต่ในประเทศไทยก็มีการปลูกว่านหางจระเข้อย่างแพร่หลาย ซึ่งในตำรับยาไทยก็ใช้ว่านหางจระเข้บำบัดอาการต่าง ๆ ได้มากมาย จนเป็นที่รู้จักว่า เป็นพืชอัศจรรย์ที่มีสรรพคุณสารพัดประโยชน์
โดย "วุ้นในใบสด" สามารถนำมาบรรเทาอาการปวดศีรษะได้ แต่สรรพคุณเด่น ๆ ที่ทุกคนน่าจะรู้จักก็คือ นำมาพอกแผลน้ำร้อนลวก ไฟไหม้ แก้ปวดแสบปวดร้อน แผลเรื้อรัง รักษาผิวที่ถูกแดดเผา แผลในกระเพาะอาหาร และช่วยถอนพิษได้ เพราะว่านหางจระเข้มีสรรพคุณช่วยสมานแผล แต่มีข้อแนะนำว่า ก่อนใช้ควรทดสอบดูก่อนว่าแพ้หรือไม่ โดยเอาวุ้นทาบริเวณท้องแขนด้านใน ถ้าผิวไม่คันหรือแดงก็ใช้ได้ นอกจากส่วนวุ้นในใบสดแล้ว ส่วน"ยางในใบ" ก็สามารถนำมาทำเป็นยาระบายได้ และส่วน "เหง้า" ก็นำไปต้มน้ำรับประทาน แก้โรคหนองในได้
ขมิ้นชัน
เรียกกันทั่วไปว่า "ขมิ้น" เป็นไม้ล้มลุกมีสีเหลืองอมส้ม มีเหง้าอยู่ใต้ดิน มีกลิ่นหอม คนนิยมนำ "เหง้า" ทั้งสดและแห้งมาใช้รักษาอาการที่เกี่ยวกับกระเพาะอาหาร รวมทั้งแก้ท้องเสีย ท้องร่วง จุกเสียดแน่นท้อง และสามารถนำขมิ้นชันมาทาภายนอก เพื่อใช้รักษาแผลเรื้อรัง แผลสด โรคผิวหนัง พุพอง รักษาชันนะตุ
นอกจากนั้น "ขมิ้นชัน" ยังอุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอี และสารต้านอนุมูลอิสระ "คูเคอร์มิน" ที่ช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งตับ อีกทั้งยังสร้างภูมิคุ้มกันให้ผิวหนัง หรือใครที่มีแผลอักเสบ "ขมิ้นชัน" ก็มีสรรพคุณช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น เพราะมีฤทธิ์ไปลดการอักเสบ ฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดหนอง และหากรับประทานขมิ้นชันทุกวัน ตามเวลาจะช่วยให้ความจำดีขึ้น ไม่อ่อนเพลียยามตื่นนอน และช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น
กะเพรา
แม้จะเป็นผักที่คนไทยนิยมสั่งมารับประทานเวลาที่นึกไม่ออก แต่ก็มีน้อยคนที่จะรู้ว่า กะเพรา มีสรรพคุณอะไรบ้าง ที่เห็นชัด ๆ เลยก็คือ ใบกะเพรา มีฤทธิ์ขับลม ช่วยแก้จุดเสียด แน่นท้อง แก้ปวดท้องอุจจาระ ส่วนน้ำสกัดทั้งต้น สามารถรักษาแผลในกระเพาะอาหาร สำหรับเมล็ดกะเพรา ก็สามารถพอกตาให้ผงหรือฝุ่นที่เข้าตาหลุดออกมาได้อย่างง่ายดาย นอกจากนั้นแล้ว รากกะเพราแห้ง ๆ ยังนำมาชงกับน้ำร้อนดื่มแก้โรคธาตุพิการได้
และสรรพคุณเด็ดของกะเพราอีกประการก็คือ ช่วยขับไขมันและน้ำตาล เคยสงสัยบ้างไหมล่ะ ทำไมอาหารตามสั่งต้องมีเมนูผัดกะเพราเนื้อ กะเพราไก่ กะเพราหมู นั่นก็เพราะนอกจากใบกะเพราจะช่วยดับกลิ่นคาวของเนื้อสัตว์ได้แล้ว ยังมีฤทธิ์ขับไขมัน และน้ำตาลส่วนเกินออกจากร่างกาย อีกทั้ง กะเพราจะช่วยขับน้ำดีในตับออกมาให้ช่วยย่อยไขมันได้ดีขึ้นด้วย เพราะฉะนั้น หากบอกว่า รับประทานกะเพราแล้วจะช่วยป้องกันโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดอุดตัน โรคหัวใจ ก็คงไม่ผิดนัก
มะขามป้อม
เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก-กลางที่จัดเป็นยาอายุวัฒนะ เพราะมีสรรพคุณเพียบในแทบทุกส่วนของต้น แต่ที่รู้จักกันดีก็คือ ผลของมะขามป้อมจะมีรสเปรี้ยวมาก ๆ แต่ก็ชุ่มคอ และให้วิตามินซีสูงมากเช่นกัน ดังนั้น จึงมีคนนำผลมะขามป้อมสดมาใช้เป็นยาแก้หวัด แก้ไอ ละลายเสมหะ รักษาโรคเลือดออกตามไรฟัน
นอกจากนั้นแล้ว ส่วน "ราก" ยังแก้พิษตะขาบกัด แก้ร้อนใน ลดความดันโลหิต แก้โรคเรื้อน ส่วนเปลือก แก้โรคบิด และฟกช้ำ ส่วนปมก้าน ใช้เป็นน้ำยาบ้วนปาก แก้ปวดฟัน "ผลแห้ง" ใช้รักษาอาการท้องเสียง หนองใน เยื่อบุตาอักเสบ แก้ตกเลือด และส่วน "เมล็ด" ก็สามารถนำไปเผาไฟผสมกับน้ำมันพืช ทาแก้คัน แก้หืด หรือจะตำเมล็ดให้เป็นผง ชงกับน้ำร้อนดื่มแก้โรคเบาหวาน หอบหืด หลอดลมอักเสบก็ได้
ฟ้าทะลายโจร
ฟ้าทะลายโจร เป็นไม้ล้มลุก สูงประมาณ 30-70 เซนติเมตร ทุกส่วนมีรสขม สรรพคุณเด่น ๆ ที่ทุกคนรู้จักกันดีก็คือ ใช้เป็นยาแก้ไข้ แก้ไข้หวัดใหญ่ แก้ร้อนใน เพราะมีฤทธิ์ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย หากรับประทานบ่อย ๆ จะช่วยป้องกันไม่ให้เป็นหวัดง่าย นอกจากเรื่องหวัดแล้ว ฟ้าทะลายโจรยังระงับอาการอักเสบ ต่อมทอนซิลอักเสบ ขับเสมหะ รักษาอาการท้องเสีย ลำไส้อักเสบ รักษาโรคตับ เบาหวาน โรคงูสวัด ริดสีดวงทวาร และรสขมของฟ้าทะลายโจรยังช่วยให้เจริญอาหารขึ้น
ข้อควรระวัง ก็คือ คนที่มีอาการเจ็บคอเนื่องจากติดเชื้อ Streptococcus group A, ผู้ที่เป็นโรคหัวใจรูห์มาติค, มีอาการเจ็บคอ เนื่องจากมีการติดเชื้อแบคทีเรีย, เป็นความดันต่ำ และสตรีมีครรภ์ ไม่ควรทานฟ้าทะลายโจร และหากใครทานแล้วเกิดปวดท้อง ปวดเอว วิงเวียนศีรษะ ใจสั่น ควรหยุดใช้ฟ้าทะลายโจร นอกจากนั้นแล้ว ยังไม่ควรรับประทานต่อเนื่องนานเกินไป เพราะอาจทำให้แขนขามีอาการชา หรืออ่อนแรงได้
จะเห็นได้ว่าสมุนไพรใกล้ตัวมากมายเหล่านี้มีประโยชน์อย่างที่นึกไม่ถึงมาก่อน แต่คำนึงไว้ด้วยว่า สมุนไพรจะรักษาโรคได้ต้องขึ้นอยู่กับวิธีการใช้สมุนไพรตามตำรับยาด้วย และที่สำคัญ คือสมุนไพรบางชนิดก็ไม่เหมาะกับคนที่ป่วยด้วยโรคบางประเภท หรือสตรีมีครรภ์ ดังนั้น ควรศึกษาข้อมูล และข้อควรระวังทุกครั้งก่อนจะใช้สมุนไพรจะดีที่สุดค่ะ
วันเสาร์ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
ทานหอยนางรมอย่างไร? ให้ได้คุณประโยชน์ ไม่เกิดโทษต่อร่างกาย
หากพูดถึงอาหารบำรุงร่างกายและสมรรถภาพทางเพศแล้ว คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ชื่อของ
"หอยนางรม" (Oyster)
มักเป็นอาหารประเภทแรกๆ ที่หลายคนนึกถึง ซึ่งหอยนางรมสามารถรับประทานได้ทั้งแบบสด นำมาปรุงสุกและนำมาแปรรูปในรูปแบบของซอสหรือผงปรุงรส ด้วยคุณประโยชน์เด่นของหอยนางรมคือเป็นแหล่งของวิตามินนานาชนิด ไม่ว่าจะเป็นวิตามินเอ วิตามินบี1 วิตามินบี 2 วิตามินซี และวิตามินดี จึงทำให้หอยนางรมเป็นอาหารยอดฮิตในหมู่คนรักสุขภาพได้ไม่ยาก
เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินกันมาบ้างว่า
‘หอยนางรม’
เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่สามารถเพิ่มสมรรถภาพทางเพศได้ เนื่องจากปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นความเครียด โภชนาการที่ไม่สมดุลการขาดการออกกำลังกาย รวมไปถึงความผิดปกติของฮอร์โมน ล้วนเป็นปัจจัยส่งผลต่อการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศได้ทั้งนั้น โดยเฉพาะในเพศชาย แต่ปัญหาเหล่านี้จะหมดไปหากคุณผู้ชายได้ลอง ‘โด๊ป’ หอยนางรมสักตัวสองตัว จากงานวิจัยในต่างประเทศหลายฉบับมีการเผยแพร่ข้อมูลที่น่าสนใจว่าในหอยนางรมมีสารประกอบสำคัญอย่าง เทารีน (Taurine) สามารถเสริมสร้างให้ระบบอวัยวะต่างๆในร่างกายทำงานอย่างมีประสิทธิภาพโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ต่อมหมวกไต ที่ทำหน้าที่โดยตรงในการหลั่งฮอร์โมนเพศชาย นอกจากนี้ในหอยนางรมยังมีสารอาหารอีกหนึ่งชนิดคือ ซิงค์ (Zinc) ที่จะทำหน้าที่ควบคู่กับทอรีนในการกระตุ้นระบบประสาทและสมอง เพื่อเพิ่มสมรรถภาพทางเพศให้ดียิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตามต้องบอกว่า หอยนางรมไม่ได้มีสรรพคุณแค่บำรุงร่างกายของหนุ่มๆ เท่านั้นแต่ยังมีประโยชน์อีกนับไม่ถ้วน วันนี้
‘สุขภาพดี’
จะพาคุณมาทำความรู้จักกับ
คุณประโยชน์ของหอยนางรม
กันค่ะ
สุขภาพดี กับ 4 คุณประโยชน์ของหอยนางรม
1. หอยนางรมช่วยบำรุงประสาท กล้ามเนื้อ และหัวใจ ให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ
เนื่องจากในหอยนางรมอุดมไปด้วยวิตามิน บี 1 และ วิตามินบี 2 ซึ่งสามารถบำรุงกล้ามเนื้อได้เป็นอย่างดี หากรับประทานหอยนางรมควบคู่กับการออกกำลังกายที่เหมาะสมก็จะทำให้รูปร่างตึงกระชับได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
2. ประโยชน์ของหอยนางรมช่วยผิวพรรณเปล่งปลั่งอย่างเป็นธรรมชาติ
วิตามินซีในหอยนางรมเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ทำให้ผิวหน้าดูสดใสอ่อนวัย และยังมีส่วนช่วยในการลดรอยหรือจุดด่างดำได้ดีอีกด้วย
3. หอยนางรมช่วยป้องกันโรคเหน็บชาบริเวณปลายนิ้วมือ นิ้วเท้าได้
เนื่องจากหอยนางรมอุดมไปด้วยวิตามินบี หากรับประทานเข้าไปวิตามินบีจะเข้าไปช่วยซ่อมแซมเส้นประสาทและทำหน้าที่เป็นสารสื่อประสาท ช่วยลดอาการชาตามนิ้วมือ นิ้วเท้าได้
4. ประโยชน์ของหอยนางรมเป็นตัวช่วยในการขับปัสสาวะ
การใช้เปลือกหอยนางรมมาต้มรับประทานถือเป็นอีกหนึ่งภูมิปัญญาพื้นบ้านที่สืบต่อกันมาอย่างแพร่หลายเนื่องจากหอยนางรมมีส่วนประกอบของวิตามินเคและแคลเซียมที่มีส่วนช่วยในการบำรุงเลือด แก้ไข้เสริมสร้างกระดูก บำรุงลำไส้ และยังมีคุณสมบัติขับปัสสาวะรวมไปถึงขับนิ่วได้อีกด้วย
ถึงแม้
คุณประโยชน์ของหอยนางรม
จะมีมากมาย แต่ก็ยังมีคนจำนวนมากไม่กล้ารับประทาน เนื่องจากกลัวอ้วนบ้าง กลัวพยาธิบ้าง รวมไปถึงกลัวอาการแพ้หลังจากรับประทานหอย หากคุณเป็นอีกคนที่กลัวสิ่งเหล่านี้ ลองไปพิสูจน์ความจริงกับเรากันดูค่ะ ว่ารับประทานหอยนางรมส่งผลเสียต่อร่างกายหรือไม่อย่างไร
ทานหอยนางรมอย่างไร? ให้ได้คุณประโยชน์ ไม่เกิดโทษต่อร่างกาย
อย่างไรก็ตามแม้หอยนางรมจะมีคุณประโยชน์มากมายแต่หากรับประทานไม่ถูกสุขลักษณะหรือรับประทานในปริมาณที่มากเกินไปก็อาจส่งผลเสียต่อร่างกายได้เช่นกันเพราะหอยนางรมมีคอแลตเตอรอลค่อนข้างสูง หากรับประทานมากจนเกินไปจะทำให้เกิดการสะสมในร่างกายและเกิดภาวะไขมันอุดตันในเส้นเลือดได้ นอกจากนั้นในหอยนางรมอาจจะมีการปนเปื้อนของแบคทีเรียขนาดเล็กที่พบได้ในสัตว์น้ำแทบทุกประเภท อย่างแบคทีเรีย “วิบริโอ พาราเฮโมไลติคัส” หากไม่ทำความสะอาดให้ถูกวิธีก่อนรับประทานก็อาจจะทำให้เกิดอาการท้องร่วงรุนแรงหรือติดเชื้อในกระเพาะอาหารได้
จะเห็นได้ว่าอาหารทุกประเภทรวมถึงหอยนางรมล้วนมีทั้งคุณประโยชน์และภัยร้ายแฝงอยู่ ในฐานะผู้บริโภคคงต้องเลือกรับประทานอาหารให้เหมาะสมและต้องใส่ใจกรรมวิธีในการปรุงมากๆ ทั้งนี้ก็เพื่อไม่ให้เมนูจานโปรดของคุณเป็นเมนูเพชฌฆาตในอนาคตนั่นเอง
บทความที่ใหม่กว่า
บทความที่เก่ากว่า
หน้าแรก
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)