วันศุกร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2561

โหระพา สรรพคุณทางยาที่คาดไม่ถึง



ใบโหระพา เป็นแหล่งเบต้าแคโรทีน ซึ่งมีส่วนสำคัญในการป้องกันโรค เช่น โรคหัวใจขาดเลือดและมะเร็ง โหระพา 1 ขีด มีเบต้าแคโรทีนสูง คือ 452.16 ไมโครกรัม ใบโหระพามีกลิ่นเฉพาะใช้เป็นผักสด ใช้ปรุงแต่งกลิ่นอาหารและมีธาตุแคลเซียมสูงด้วย

นอกจากจะเป็นอาหารแล้ว โหระพายังเป็นสมุนไพรด้วย เพราะมีสรรพคุณทางยาอย่างคาดไม่ถึงเลยทีเดียว

1. แก้ไข้ ปวดศรีษะ ขับเหงื่อ ขับลม ขับเสมหะ ขับพยาธิ แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ท้องเสีย ช่วยเจริญอาหาร โดยใช้ยอดอ่อนต้มกับน้ำรับประทานเป็นชาหรือรับประทานเป็นผักสด

2. ใช้เป็นยาขับปัสสาวะและยาระบายอ่อน ๆ เพื่อแก้อาการท้องผูก โดยนำเมล็ดแก่แช่น้ำให้พองตัวเต็มที่รับประทานกับขนมหวานโดยผสมกับน้ำหวานและน้ำแข็ง


3. ใช้รักษาอาการเหงือกอักเสบเป็นหนอง โดยบดใบโหระพาแห้งให้เป็นผงทาบริเวณที่เป็น

4. บรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียน โดยคั้นน้ำจากใบโหระพาสด ประมาณ 1ช้อนโต๊ะ ผสมน้ำอ้อย 2ช้อน รับประทานวันละ 2ครั้ง พร้อมกับน้ำอุ่น

5. แก้สะอึก โดยใช้ใบโหระพาสดหรือแห้งพร้อมขิงสดแช่ในน้ำเดือดรับประทานในขณะที่น้ำยังร้อน

6. น้ำมันโหระพาสามารถฆ่ายุงและแมลงได้

7. เมล็ดแก่แช่น้ำใช้พอกแผลบรรเทาอาการฟกช้ำ


น้ำมันโหระพา

น้ำมันโหระพา เป็นน้ำมันหอมระเหยที่พบในใบโหระพามีร้อยละ 1.5 องค์ประกอบทางเคมีที่สำคัญ คือ Methylcha vicol และสกัดได้จากใบโหระพาพันธุ์ไทย โดยการกลั่นด้วยไอน้ำ เป็นของเหลวใสสีเหลืองอ่อน หรือเหลืองอมน้ำตาลปราศจากตะกอนและสารแขวนลอย ไม่มีการแยกชั้นของน้ำ มีกลิ่นเฉพาะตัว มีคุณสมบัติแก้จุกเสียดแน่นท้อง


การใช้เป็นยาสมุนไพร

โหระพามีสรรพคุณทางยาสมุนไพรที่หลากหลาย ใบสดของโหระพามีสรรพคุณแก้ท้องอืด เฟ้อ ขับลมจากลำไส้ ต้มดื่มแก้ลมวิงเวียน ช่วยย่อยอาหาร ใช้ตำพอกหรือประคบแก้ไขข้ออักเสบ แผลอักเสบ ต้มใบและต้นสดเข้าด้วยกัน ต้มเอาน้ำดื่ม แก้หวัด ขับเหงื่อ ถ้าเด็กปวดท้อง ใช้ใบโหระพา 20 ใบ ชงน้ำร้อนและนำมาชงนมให้เด็กดื่มแทนยาขับลมได้ ใบโหระพาแห้งต้มกับน้ำ มีสรรพคุณต้านเชื้อก่อโรค

วันพุธที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2561

กินมะเขือเทศอย่างไร??ให้ได้ประโยชน์สูงสุด



น้ำมะเขือเทศ เป็นเครื่องดื่มที่มีสรรพคุณหลากหลาย และมีสารอาหารสำคัญมากมาย โดยเฉพาะในเรื่องของผิวสวย น้ำมะเขือเทศจึงเป็นเครื่องดื่มที่คุณผู้หญิงทั้งหลายนิยมดื่มกันมาก นอกจากการบำรุงผิวแล้วน้ำมะเขือเทศยังมีประโยชน์อย่างอื่นอีกมากมาย โดยสารหลักที่เป็นประโยชน์ของ มะเขือเทศ ก็คือ "ไลโคปีน" มีมากใน มะเขือเทศ และแตงโม เป็นสารชนิดหนึ่งที่ช่อยต่อต้านอนุมูลอิสระ และจำเป็นในทุกช่วงอายุของคนเรา

ช่วงนี้กระแสการดื่มน้ำ มะเขือเทศ กำลังมาแรง ด้วยคุณสมบัติที่ว่า ดื่มแล้วขาว ดื่มแล้วสวย ดื่มแล้วผิวพรรณดี แบบนี้คุณผู้หญิงทั้งหลายก็หูผึ่ง ตามหาน้ำมะเขือเทศมาดื่มตามกันเป็นแถวๆ หากแต่บางคนก็ยังสงสัยว่าสรรพคุณที่หลายคนเอ่ยอ้างนี้จะเป็นความจริงหรือเปล่า ก็เลยขอนำข้อมูลดีๆเกี่ยวกับมะเขือเทศมาฝากกัน

วิธีทานมะเขือเทศให้ได้ประโยชน์มากที่สุด

ส่วนใหญ่ในการรับประทานผัก หากต้องการให้ได้แร่ธาตุและวิตามินครบถ้วนก็มักจะต้องทานแบบดิบๆ แต่มะเขือเทศไม่เป็นเช่นนั้น การทานมะเขือเทศเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด ต้องทำให้มะเขือเทศสุกเสียก่อน เนื่องจากมะเขือเทศที่ผ่านความร้อนแล้ว จะทำให้ไลโคปีนกับเนื้อเยื่อของมะเขือเทศหลุดออกจากกันได้ง่าย ร่างกายจึงสามารถนำไปใช้ได้ดีกว่ากินแบบไม่ผ่านความร้อน อีกทั้งไลโคปีนนั้นสามารถละลายได้ดีในน้ำมัน ดังนั้นหากเราใช้น้ำมันในการปรุงมะเขือเทศ จะยิ่งทำให้ร่างกายดูดซึมไลโคปีนดียิ่งขึ้น

แต่ก็ใช่ว่าทานมะเขือเทศแบบสดจะไม่ดี

เพราะในมะเขือเทศก็มีวิตามินซีสูงเช่นกัน ดังนั้นหากต้องการวิตามินซีสูง มีใยอาหาร ทำให้ผิวพรรณดี ก็รับประทานสด แต่ถ้าต้องการให้ร่างกายได้รับสารไลโคปีนมากๆก็รับประทานที่ผ่านความร้อนมาแล้วได้เช่นกัน สรุปแล้วมะเขือเทศมีคุณค่าน่ารับประทานยิ่งนักส่วนใครที่ชอบดื่มเป็นน้ำมะเขือเทศก็อย่าดื่มมากเกินวันละ 2 แก้ว เพราะเดี๋ยวโรคนิ่วจะถามหาเอาได้

นอกจากเรื่องการทานมะเขือเทศที่ปรุงสุกแล้วจะได้ประโยชน์สูงสุด เรื่องเพศที่ทานมะเขือเทศก็สำคัญโดยผู้หญิงควรทานมะเขือเทศสดเพราะจะทำให้ร่างกายได้รับวิตามินซี และใยอาหารมากทำให้ผิวสวย ส่วนผู้ชายควรทานมะเขือเทศสุกเพื่อให้ร่างกายได้รับสารไลโคปีนมากๆ เพื่อช่วยป้องกันมะเร็งต่อมลูกหมาก

ดื่มน้ำมะเขือเทศอย่างไรให้ถูกต้อง และมีประโยชน์

อย่างที่ได้ทราบกันไปแล้วว่ามะเขือเทศต้องทานแบบปรุงสุกก่อน(ผ่านความร้อน) จึงจะได้โลโคปีนมากสุด แต่ถ้าอยากดื่มเป็นน้ำมะเขือเทศเพื่อให้ได้ประโยชน์มากสุดนั้น เราจำเป็นต้องกำหนดช่วงเวลาดื่มน้ำมะเขือเทศ เพื่อให้ร่างกายนำสารอาหารจากน้ำมะเขือเทศไปใช้งานได้ดีที่สุด โดยสามารถแบ่งออกได้ 2 ช่วงเวลาคือ

1. ดื่มก่อนทานอาหารในช่วงท้องว่าง อาจจะหยดน้ำมันเล็กน้อยลงไปในน้ำมะเขือเทศ จะทำให้ร่างกายดูดซึมได้ดีขึ้น

2. ดื่มหลังอาหารในทันที เพราะไขมันในอาหารจะช่วยให้ร่างกายดูดซึมไลโคปีนได้ดีมากขึ้น

ผู้ที่ห้ามดื่มน้ำมะเขือเทศ

ไม่ใช่ว่าทุกคนจะกินมะเขือเทศได้ประโยชน์ทั้งหมด เพราะว่ามะเขือเทศเป็นผักผลไม้ ที่มีธาตุโพแทสเซียมสูงมาก ดังนั้นผู้ที่ไม่ควรทานมะเขือเทศเลย ไม่ว่าจะแบบสด หรือปรุงสุก ก็คือผู้ที่กำลังป่วยเป็นโรคไต หรือผู้มีโพแทสเซียมในเลือดสูง เพราะร่างกายจะมีปัญหาได้หากขับโพแทสเซียมออกไม่ได้หมด นอกจากนี้คนที่มีภาวะกรดไหลย้อนก็ไม่ควรทานมะเขือเทศมากเกินไป เพราะมะเขือเทศมีคุณสมบัติเป็นกรดอ่อนๆ จะยิ่งทำให้อาการ

แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตามการดื่มน้ำมะเขือเทศแบบกล่อง ก็ยังต้องเลือกดื่มอย่างระมัดระวัง เพราะอาจจะมีการเติมโพแทสเซียมลงไป ดังนั้นควรดูตารางโภชนาการของกล่องน้ำมะเขือเทศด้วย โดยควรเลือกน้ำมะเขือเทศที่มีโซเดียมต่ำ ไม่เช่นนั้นแล้วร่างกายอาจจะได้รับโซเดียมมากไป ทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคอื่นๆ ได้

วันพุธที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2561

รู้มั้ย!!ผักบุ้งประโยชน์ที่มีดีมากกว่าบำรุงสายตา



ผักที่สามารถหาได้ง่าย และมีราคาถูก สามารถนำมาประกอบอาหารได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นต้ม ผัดหรือแกง แต่ประโยชน์ของผักบุ้งไม่ได้น้อยตามราคาที่ถูกแต่อย่างใด และยังเป็นอาหารที่นิยมรับประทานในการลดน้ำหนัก เพราะให้พลังงานน้อย ผักบุ้ง 100 กรัม ให้พลังงานเพียง 22 กรัมเท่านั้น โดยผักบุ้งที่ทานในประเทศไทยแบ่งเป็น 2 พันธุ์ คือผักบุ้งไทย และผักบุ้งจีน ที่นิยมรับประทานมากกว่าคือผักบุ้งจีน เพราะจะมียางน้อยกว่า

ประโยชน์ของผักบุ้ง

👉 ผักบุ้งมีสรรพคุณอย่างมากมาย แต่ที่ขึ้นชื่อที่สุดคือเรื่องของการบำรุงสายตา เนื่องจากผักบุ้งเป็นผักที่วิตามินเอสูงมาก ช่วยลดความเสี่ยงเกี่ยวการเป็นต้อ สายตาสั้น อาการคันบริเวณตา และตาแดง นอกจากนี้ผักบุ้งยังมีสารที่ช่วยในการต่อต้าน อนุมูลอิสระ ช่วยในการชะลอวัย ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดเซลล์มะเร็งอีกด้วย

👉 ผักบุ้งยังให้ใยอาหารในปริมาณที่สูง ช่วยให้อิ่มท้องนาน ยังช่วยในเรื่องการกำจัดของเสียในลำไส้ มีส่วนช่วยในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน และยังลดความเสี่ยงในการเกิดอาการท้องผูกอีกด้วย

👉 ในด้านของระบบประสาทและสมอง การรับประทานผักบุ้งจะช่วยในเรื่องของการเรียนรู้ และความจำ นอกจากนี้ยอดผักบุ้งยังมีสรรพคุณในการรักษาโรคประสาทอีกด้วย

👉 รากที่เรามักจะตัดทิ้งก่อนจะรับประทาน ก็มีสรรพคุณทางยา ใช้แก้โรคหอบหืด บรรเทาอาการไอเรื้อรัง และยังช่วยลดอาการตกขาวในสตรีอีกด้วย นำรากผสมน้ำส้มสายชู ค้นมาบ้วนปาก ช่วยบรรเทาอาการปวดจากฟันผุได้อีกด้วย

👉 ในส่วนของต้นผักบุ้งสด มีสรรพคุณเป็นยาเย็น ช่วยในการดับร้อน แก้อาการร้อนใน และยังมีสรรพคุณในการบำรุงโลหิตอีกด้วย หากต้องการใช้ในการรักษาแผลร้อนในภายในช่วงปากให้นำผักบุ้งสดกับเกลือ อมไว้ในปากสองนาที วันละสองครั้ง และถ้าเป็นผักบุ้งไทยสามารถช่วยลดอาการบวม พุพองได้ รักษาแผลน้ำร้อนลวก และแก้อักเสบได้อีกด้วย

👉 ผักบุ้งยังมีสรรพคุณในการถอนพิษต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสารพิษจากสารเคมีจำพวกยาฆ่าแมลง หรือแม้กระทั่งพิษจากตะขาบ นำต้นผักบุ้งสดมาผสมกับเกลือนำมาตำแล้วนำไปพอกบริเวณที่ถูกกัด แก้พิษจาการเบื้อเมา

👉 ผักบุ้งยังมีสรรพคุณอื่นอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย ช่วยในเรื่องการขับปัสสาวะ แก้ปัสสาวะเหลือง และคุณสมบัติอีกอย่างหนึ่งที่ใครๆไม่คาดคิดคือสามารถใช้บำบัดผู้ติดยาเสพติดได้อีกด้วย


ผักบุ้งจึงถือเป็นผักสวนครัว ที่ปลูกง่าย มีราคาถูก ในชนบทสามารถหาเก็บได้ทั่วไปเสียด้วยซ้ำ แต่ใครจะรู้ว่าผักชนิดนี้กับมีคุณค่าทางอาหาร และสรรพคุณทางยาแฝงไว้อย่างมากมาย และเหตุผลที่ผักบุ้งมักจะถูกใส่ไว้ในอาหารเวลารับประทานที่ร้านอาหาร เพราะผักชนิดนี้มีสรรพคุณช่วยให้เราเจริญอาหารมากขึ้นนั่นเอง สำหรับเมนูผักบุ้งที่เรานิยมนำมาทำอาหารนั่นก็คือ ผัดผักบุ้งไฟแดง ซึ่งเป็นเมนูที่สามารถหาทานได้ง่ายและมีรสชาติที่อร่อย

วันเสาร์ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2561

ประโยชน์จากไข่ไก่ที่คุณอาจไม่เชื่อ


เป็นที่ทราบกันดีว่า "ไข่ไก่" ถือเป็นแหล่งอาหารโปรตีนที่มีคุณค่า หาได้ง่าย ราคาถูก เหมาะกับทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะเด็กๆ ที่อยู่ในวัย กำลังเจริญเติบโต ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับคุณค่าสารอาหารจากไข่ไก่ เนื่องจากมีประโยชน์ที่จำเป็นหลายอย่าง เช่น โปรตีน วิตามิน แคลเซียม และธาตุเหล็ก ส่วนผู้ใหญ่อย่างเราๆก็ควรหันมาบริโภคไข่ไก่ด้วยเช่นกัน เพราะมีท่านที่กังวลว่าการทานไข่ไก่ จะเป็นสาเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดผลร้ายต่อสุขภาพ เช่น ระดับคอเลสเตอรอลสูง หรือเป็นปัจจัยเสี่ยงทำให้เกิดโรคหัวใจ แต่เชื่อว่าหลังจากอ่านข้อมูลทั้งหมดแล้ว.ต้องมีหลายคนที่รีบไปซื้อไข่ไก่ มาตุนไว้ทานแน่ๆ เพราะมีงานวิจัย หลายชิ้นที่มีสมมติฐานของผู้วิจัยเริ่ม มาจากเจ้าไข่ไก่ฟองรีๆ ที่มักตกเป็นจำเลยโดยไม่รู้ตัวอย่างงานวิจัยชิ้นแรกที่มาจากมหาวิทยาลัย Harvard โดย Harvard Nurse' Health Study and the Health Professionals Follow Up Study ที่ระบุว่า การทานไข่ไก่ไม่ได้ทำให้ ระดับคอเลสเตอรอลสูง หรือหลอดเลือด อุดตัน และไม่ได้เพิ่มความเสี่ยงของ การเกิดโรคหัวใจ แต่โรคที่ว่ากลับเกิดเพราะการทานอาหารไขมันสูงชนิดอื่น อย่าง นม เนย เป็นต้น


อีกทั้งทีมนักวิจัยยังพบอีกว่า การทานไข่ไก่ยังจะช่วยป้องกันการเกิดโรคต่างๆ อย่างโรคหัวใจ หรือโรคสมองเสื่อมได้อีกด้วย เพราะไข่ไก่ อุดมไปด้วยสารอาหารที่เป็นประโยชน์มากมาย อาทิ สารต่อต้านอนุมูลอิสระ ที่รู้ กันดีว่า "ช่วยชะลอความแก่" รวมทั้งวิตามินบี ที่ช่วยเรื่องของกล้ามเนื้อ ป้องกันโรคเหน็บชา และไขมันไม่อิ่มตัว ที่ช่วยลดผลกระทบ จากคอเลสเตอรอล ซึ่งไม่น่าเชื่อว่า ผลงานวิจัยยังตรงกับ สมาคมโรค หัวใจของสหรัฐอเมริกา (American Heart Association หรือ AHA) ที่พบว่าการทานไข่ไก่ไม่ส่งผลเสียต่อร่างกาย ด้วยเหตุนี้จึงได้ออกมาเปลี่ยนคำแนะนำในการทานไข่ที่จากเดิมแนะนำให้ทานได้ ไม่เกินอาทิตย์ละ 3 ฟอง เป็น "สามารถทานได้วันละไม่เกิน 1 ฟอง"


นอกจากนี้รู้หรือไม่ว่าไข่ไก่ ใบเล็กๆ กลมๆ แค่นี้จะบรรจุโคลีน (Choline) ไว้ในระดับสูง ซึ่ง โคลีนจัดเป็นสารอาหารที่จำเป็น ต่อการสร้างเซลล์สมอง เริ่มตั้งแต่เป็นทารกอยู่ในครรภ์เรื่อยไปจนกว่าจะสิ้นอายุขัย และยังทำหน้าที่เป็นสารสื่อนำประสาทช่วยให้การทำงานของสมองเป็นไปได้อย่างสมบูรณ์ และที่น่าสนใจมากกว่านั้นคือ หลายชิ้นงานต่างระบุผลวิจัย ที่ตรงกันว่า โคลีน มีผลต่อประสิทธิภาพความจำและความสามารถในการเรียนรู้ ของคน รวมทั้งสัตว์หลายชนิด และช่วยชะลอการสูญเสียความทรงจำในผู้สูงอายุ เนื่องจากเป็นส่วนสำคัญในการช่วยลดการเสื่อมของเซลล์สมอง สาเหตุสำคัญของโรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer) นี่จึงเป็นมูลเหตุสำคัญที่ผู้เชี่ยวชาญด้านสารอาหารกำหนดให้โคลีนเป็นสารอาหารจำเป็นที่คน ทุกเพศทุกวัยต้องบริโภค ซึ่งหลายงานวิจัยสรุปผลเช่นเดียวกันว่า ไข่แดงของไข่ไก่จัดเป็นอาหารที่ให้โคลีนมากที่สุดชนิดหนึ่ง เท่ากับว่าไข่ฟองเล็กๆ ก็ช่วยต้านโรคอัลไซเมอร์ได้

วันอังคารที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

มารู้จักบร็อคโคลี่กันเถอะ


ปัจจุบันคนหันมาสนใจดูแลสุขภาพตัวเองกันมากขึ้น เลือกกินอาหารพวกผักผลไม้ที่มีประโยชน์มากขึ้น เลยขอเสนอที่ผักแสนจะมีแต่ประโยชน์ที่ชื่อว่า "บร๊อคโคลี่"ค่ะ เจ้าบร๊อคโคลี่นี่มีสารพัดประโยชน์ ในบร็อคโคลี่ผักดี ๆ ที่หาทานได้ไม่ยาก บร็อคโคลี่มีถิ่นกำเนิดเดิมอยู่ในทางตอนใต้ของยุโรป แถว ๆ ประเทศอิตาลี และภายหลังได้มีการนำเข้ามาปลูกในประเทศไทย โดยแหล่งที่ปลูกบร็อคโคลี่มากที่สุดในบ้านเราก็คือ จังหวัดเพชรบูรณ์ กาญจนบุรี และกรุงเทพ บร็อคโคลี่เป็นผักที่รสชาติหวานกรอบ สามารถรับประทานสดได้ หรือจะนำมาประกอบอาหาร ก็ได้หลากหลายเมนู อีกทั้งบร็อคโคลี่ยังมีคุณค่าทางสารอาหารที่สูงด้วย เพราะอุดมไปด้วยเส้นใยอาหาร เบต้าแคโรทีน วิตามินซี และสารอาหารอื่นๆอีกมากมาย รวมไปถึงสารเคมีทางธรรมชาติที่มีชื่อว่า ซัลโฟราเฟน และสารอินดอลซึ่งเป็นสารที่มีคุณสมบัติช่วยต่อต้านมะเร็ง และการรับประทานบร็อคโคลี่อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1/2 ถ้วย ก็จะเป็นผลดีต่อสุขภาพอย่างมาก การเลือกซื้อบร็อคโคลี่นั้น จะต้องซื้อที่มีดอกแน่น กระชับ มีสีเขียวเข้ม ก้านต้องแข็งแรงเหนียวนุ่ม ไม่ควรเลือกซื้อบร็อคโคลี่ที่มีดอกสีเหลือง มีใบเหี่ยวเฉา และมีก้านใบแข็งหรือหนาจนเกินไป
🥦🥦ประโยชน์ของบร๊อคโคลี่🥦🥦
1. บำรุงหัวใจ เพราะในบร็อคโคลีประกอบไปด้วย ลูทีน แคโรทีนอยด์ วิตามิน B6 และโฟเลต ซึ่งสารอาหารเหล่านี้มีผลโดยตรงในการช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ และหลอดเลือดสมอง และที่น่าสนใจไปกว่านั้นคือ การกินบร็อคโคลีบ่อยๆ จะช่วยป้องกันไม่ให้เส้นเลือดในสมองตีบได้อีกด้วย

2. ช่วยในการบำรุงสายตา เนื่องจาก แคโรทีนอยด์ และ ลูทีน ในบร็อคโคลี จะช่วยในการบำรุงระบบประสาทตา และช่วยป้องกันไม่ให้ดวงตาของเราเป็นโรคต้อกระจำ และโรคเกี่ยวกับดวงตาที่เกิดจากการเลื่อมเนื่องจากอายุมากได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ
3. ลดการเกิดมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ ในเรื่องนี้ผู้เชี่ยวชาญทางด้านโภชนาการได้ออกมาให้ความเห็นว่า คนที่ทานบร็อคโคลีเป็นประจำนั้น จะมีความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งที่กระเพาะปัสสาวะน้อยกว่าคนที่ไม่ชอบทาน มากถึง 40% เลยทีเดียว

4. ปกป้องผิวจากมะเร็งผิวหนัง โดยส่วนใหญ่แล้วมะเร็งผิวหนังมักจะเกิดจากการที่เราตากแดดนานๆ ติดต่อกันเป็นประยะเวลาที่ยาวนาน จนทำให้กระบวนการในการสร้างเม็ดสีผิวทำงานผิดปกติ ซึ่งแน่นอนว่านอกจากการป้องกันด้วยการทาครีม หรือโลชั่นกันแดดเป็นประจำแล้ว อาหารที่เรากินเข้าไป อย่างบร็อคโคลีก็มีส่วนที่จะช่วยเหมือนกัน โดยบร็อคโคลี จะมีสารที่มีคุณสมบัติเฉพาะในการช่วยลดผลกระทบของรังสี UV ที่อาจจะมากระทบกับผิวหนังของเรานั่นเอง

5. ป้องกันการเกิดโรคข้อเข่าเสื่อม เพราะในบร็อคโคลี มีสารอาหารหลายอย่าง ที่สามารถช่วยในการลดโอกาส และกระบวนการที่จะทำให้เกิดอาการข้อเข่าเสื่อมก่อนวัยได้ ซึ่งกระบวนการทำงานของสารเหล่านั้นจะเน้นไปที่การช่วยลดการอักเสบของกล้ามเนื้อและเส้นเอ็น และช่วยในการป้องกันไม่ให้กระดูกอ่อนเกิดการกระทบกระแทกอย่างรุนแรง

จากข้อมูลข้างต้นทำให้เราเห็นได้อย่างชัดเจนว่า การทานผักสีเขียวที่ดูเหมือนจะไม่น่าทานอย่างบร็อคโคลีนั้น นอกจากจะช่วยให้ร่างกายได้รับเส้นใยอาหารอย่างเพียงพอแล้ว ยังมีสารอาหารอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์อย่างมากมายต่อสุขภาพของเราอย่างคาดไม่ถึงทีเดียว ซี่งหากคุณเป็นคนหนึ่งที่รักสุขภาพ บร็อคโคลี เป็นผักอีกหนึ่งชนิดที่ไม่ควรมองข้ามเป็นอย่างยิ่ง ที่จะหาซื้อมาประกอบอาหารรับประทานกันในครัวเรือน

วันศุกร์ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

อาหารสุขภาพ เทรนมาแรงในปี2018



เทรนด์โลกในตอนนี้จะเน้นให้ความสำคัญต่อเรื่องสุขภาพเป็นส่วนใหญ่ จึงไม่น่าแปลกใจที่จะเห็นรีวิวต่างๆ เกี่ยวกับสุขภาพออกมามากมาย โดยเฉพาะในเรื่องของ “อาหาร” ที่อาจกล่าวได้ว่าเป็นสิ่งสำคัญมากที่สุด ต่อการดำรงชีวิตของผู้คน มาดูกันว่าจะมีอาหารเพื่อสุขภาพอะไรบ้างที่จะได้รับความนิยมจากเหล่าคนรักสุขภาพ

ธัญพืช คือแหล่งอาหารที่รวมทั้งวิตามิน แร่ธาตุ คาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน เอาไว้ภายในเมล็ดขนาดเล็กจิ๋ว แต่กลับเปี่ยมด้วยคุณค่าไปด้วยสารอาหารที่อัดแน่น จึงทำให้คนที่รักสุขภาพหันมาบริโภคธัญพืชกันมากขึ้นบางคนก็รับประทานธัญพืชที่ให้โปรตีนสูงแทนการรับประทานเนื้อสัตว์ ซึ่งเป็นทางเลือกที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงในตอนนี้

พืชผักต่างๆ แน่นอนว่าพืชผักผลไม้ต่างๆ ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยเฉพาะพืชที่ปลูกด้วยวิธีธรรมชาติ ปลอดจากสารเคมี หรือที่เรียกกันว่า“พืชออแกนิก” ถ้าเป็นพืชเหล่านี้จะยิ่งได้รับความนิยมและมีมูลค่าสูง สำหรับคนที่คำนึงถึงสุขภาพก่อน ก็มักที่จะมองข้ามเรื่องราคา แต่จะให้ความสำคัญในแง่ของความปลอดภัยและสรรพคุณต่างๆ ที่จะได้มากกว่า

วัตถุดิบท้องถิ่นก่อนหน้าที่ทางรัฐบาลก็ได้พยายามรณรงค์ให้ประชาชนหันมาบริโภคผักผลไม้ที่เกิดขึ้นตามฤดูกาล เพราะจะช่วยลดความเสี่ยงเรื่องปัญหาสารเร่งต่างๆ และเพื่อส่งเสริมวัตถุดิบในท้องถิ่นในแง่ของเศรษฐกิจอีกด้วย ทำให้ในตอนนี้ คนปัจจุบันมีค่านิยมชอบรับวัตถุดิบท้องถิ่นมากขึ้น จนทำให้บางวัตถุดิบมีราคาที่สูงแต่ก็คุ้มค่าในการซื้อมาบริโภค

อาหารเสริมสำหรับบางคนการรับประทานอาหารในมื้อปกติอาจจะยังไม่เพียงพอ เพราะยังไม่มีความรู้มากพอที่จะคำนวณคุณค่าสารอาหารต่อความต้องการของร่างกายที่ควรได้รับได้ ดังนั้น อาหารเสริม ในรูปแบบของยา หรือวิตามิน แร่ธาตุ ต่างๆ จึงยังคงได้รับความนิยมกับผู้บริโภคต่อเนื่อง และอาจจะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคตข้างหน้า

อาหารแบบแมคโครไบโอติกส์ หรือ อาหารที่ไม่ได้ผ่านการปรุงเพิ่มเติมก่อนรับประทาน เนื่องจากในอาหารปรุงสุกส่วนใหญ่จะมีปริมาณของเกลือ น้ำตาล และน้ำมัน มาอยู่แล้ว ดังนั้น การรับประทานอาหารที่ปรุงสุกเติมรสมาแล้ว จึงไม่ควรเติมอะไรเข้าไปอีก เพราะอาจจะทำให้เพิ่มปริมาณสารอาหารบางอย่างมากไปจนเสียสุขภาพ




สำหรับใครที่รักสุขภาพเชิญได้ที่ร้าน The Home เลยนะคะ เพราะทางร้านเรามีเมนูที่เหมาะสำหรับคนที่รักสุขภาพอย่างเมนูยำเม็ดมะม่วงหิมพานต์ที่นำเอาเม็ดมะม่วงหิมพานต์มาคลุกเคล้ากับสมุนไพรต่างๆ ซึ่งมีประโยชน์มากมายเหมาะสำหรับคนรักสุขภาพอย่างยิ่งค่ะ มาลองทานกันนะคะ

วันศุกร์ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

เห็ดเป็น อาหารไทยที่อยู่คู่คนไทยมาแสนนาน


เห็ด

เห็ด นับว่าเป็นอาหารที่นิยมกันอย่างแพร่หลายซึ่งมักนำมาใช้เป็นส่วนประกอบหนึ่งของทั้งเมนูอาหารไทยและเทศ เพราะด้วยความที่หาซื้อง่าย มีกลิ่นและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ อีกทั้งยังอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย จึงไม่แปลกที่เห็ดจะสามารถครองใจเหล่าบรรดาผู้รักการทานอาหารเพื่อสุขภาพ ได้อย่างไรก็ดี เราลองมาดูกันว่าการทานเห็ดดีต่อร่างกายคุณได้อย่างไร

1. เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน
เห็ดมีสารไรโบฟลาวิน (Riboflavin) ซึ่งช่วยในการทำงานของเม็ดเลือดแดงตลอดจนช่วยบำรุงรักษาเม็ดเลือดแดงให้แข็งแรง อีกทั้งยังมีส่วนช่วยในการผลิตโปรตีนที่มีฤทธิ์ต่อต้านไวรัสและซ่อมแซมเนื้อเยื่อในร่างกาย นอกจากนี้เห็ดยังช่วยให้เซลล์ภูมิคุ้มกันเจริญเติบโตพร้อมต่อสู้กับสิ่งแปลกปลอมที่รุกล้ำเข้ามาในร่างกาย
2. ควบคุมระดับน้ำตาล
คุณทราบหรือไม่ว่าเห็ดมีสรรพคุณในการช่วยลดน้ำตาลในเลือดได้ เนื่องจากเห็ดมีเอมไซม์และสารประกอบที่มีฤทธิ์เหมือนอินซูลินในร่างกาย นอกจากนี้เห็ดยังมีสารที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการทำงานของตับ ตับอ่อน และต่อมไร้ท่อ ซึ่งส่งผลต่อการควบคุมของระดับของอินซูลินในร่างกาย ดังนั้นหากคุณไม่อยากให้โรคเบาหวานถามหา การทานเห็ดเป็นประจำก็นับว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีสำหรับคุณ
3. ดีต่อสุขภาพทางเพศ
เห็ดอุดมไปด้วยธาตุสังกะสีซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำงานของอวัยวะสืบพันธุ์ โดยเฉพาะเพศชาย ซึ่งเห็ดสามารถช่วยเพิ่มจำนวนของอสุจิได้ ตลอดจนทำให้อวัยวะมีความสมบูรณ์และแข็งแรงพร้อมสำหรับการมีลูกได้ ดังนั้นหากคู่แต่งงานใดมีปัญหาเรื่องการมีลูกยากซึ่งสาเหตุมาจากความสมบูรณ์ของอสุจิ การทานเห็ดอาจสามารถช่วยคุณได้ไม่มากก็น้อย
4. ป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง
กรดไลโนเลอิก (Linoleic acid) ในเห็ดมีฤทธิ์เป็นสารต่อต้านมะเร็ง โดยสามารถช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งเต้านม นอกจากนี้เห็ดยังมีเบต้ากลูแคน (Beta-glucans) ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นสารที่ออกฤทธิ์ต่อต้านเนื้องอกและช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งในผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก
5. ควบคุมความดันเลือด
ธาตุโพแทสเซียมในเห็ดสามารถช่วยรักษาสมดุลของ ๆ เหลวและแร่ธาตุในร่างกาย ดังนั้นจึงมีส่วนช่วยในการควบคุมระดับของความดันโลหิต ยิ่งไปกว่านั้นเห็ดยังมีธาตุคอปเปอร์ที่ช่วยเพิ่มความสามารถในการลำเลียงก๊าซออกซิเจนในเม็ดเลือดแดงอีกด้วย

ต้มส้มปลาคัง

เราก็มีเมนูที่มีส่วนผสมของเห็ดมาแนะนำเช่นเคยค่ะ นี้เลยค้า “ ต้มส้มปลาคัง ” เป็นอาหารอีสานที่มีการใส่เห็ดลงไปในต้มด้วย อาหารประเภทต้มของทางร้านเดอะโฮมอุบล ส่วนมากจะเป็นต้มแบบลาวๆ ถือได้ว่าอาหารประเภทต้มของทางร้านเป็นอาหารที่ขึ้นชื่อเลยก็ว่าได้ค่ะ เพราะใครที่มาที่ร้านก็สั่งมาทานกันทุกโต๊ะ ไม่มีโต๊ะไหนไม่สั่งมาทานเลยค้า ใครที่ยังมาลองก็สามารถมาลองชิมที่ร้านได้เลยนะคะ

วันเสาร์ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2561

ประโยชน์ของ “ปลาหมึก” คุณค่าจากทะเลที่ไม่ควรมองข้าม


อาหารทะเล

"ปลาหมึก" (Squid) ที่หลายคนรู้จักกันดีถือเป็นอาหารทะเลอีกหนึ่งชนิดที่นิยมนำมาประกอบอาหาร ทั้งอาหารไทยและอาหารนานาชาติ จุดเด่นของปลาหมึกคือสามารถนำมาประยุกต์รับประทานได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นผัด ทอด ต้ม หรือนำมาแปรรูปทั้งแบบแห้งและแบบดอง ในบางประเทศอย่างเกาหลีและญี่ปุ่นก็ยังนิยมนำปลาหมึกมารับประทานกันแบบสดๆ แกล้มกับเครื่องดื่มโซจู (Soju) หรือสาเกในงานสังสรรค์อีกด้วย

ประโยชน์ของปลาหมึก อุดมด้วยโอเมก้า 3

อย่างไรก็ตาม หลายคนก็ยังมีความเชื่อว่าปลาหมึกเป็นอาหารที่ยิ่งรับประทานยิ่งอ้วนเพราะมีคอเลสเตอรอลสูง ก่อนอื่นต้องขออธิบายก่อนว่าในปลาหมึกมีคอเลสเตอรอลสูงจริงแต่ก็มีปริมาณไขมันกลุ่มโอเมก้า3 อยู่จำนวนมากเช่นกัน โดยโอเมกา 3 ในปลาหมึกจะทำหน้าที่ยับยั้งปริมาณคอเลตเตอรอลให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมได้ จึงอาจกล่าวได้ว่าคอลเลตเตอรอลในปลาหมึกไม่มีผลเสียใดๆกับร่างกายหากรับประทานให้เหมาะสมเปรียบเทียบกับเนื้อหมู หรือเนื้อวัวด้วยแล้ว จะพบว่าปลาหมึกทำให้เป็นโรคหัวใจหรือคอลเลตเตอรอลสูงได้น้อยกว่าเพราะเนื้อหมูและวัวนั้นไม่มีโอเมก้า 3 นั่นเอง

นี้ไงอาหารทะเลอย่างปลาหมึก ก็มีคุณค่าทางสารอาหารเยอะเหมือนกัน วันนี้เราก็มีเมนูมาแนะนำเช่น เคยค่ะ “ ปลาหมึกไข่นึ่งมะนาว ” เมนูอาหารของร้านเดอะโฮมอุบล ใครที่ผ่านมาที่อุบลราชธานีก้แวะมาชิมรสชาติกันได้นะค่ะ

วันพฤหัสบดีที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2561

วิธีเลือกซื้อเนื้อวัวให้เหมาะกับการนำมาปรุง


การนำมาปรุง

วิธีเลือกซื้อเนื้อวัวให้เหมาะกับการนำมาปรุงนั้น ถือได้ว่าเป็นเรื่องสำคัญมาก ๆ เลย เพราะบางทีเราต้องการจะซื้อเนื้อวัวมาทำอาหารแต่ละครั้ง เราก็ไม่รู้ว่าจะต้องเลือกเนื้อแบบไหน เราจะถามคนขายทุกครั้งว่าจะซื้อไปทำอาหารประเภทนี้ จะต้องซื้อเนื้อส่วนไหน บางทีคนขายก็รู้มั่งไม่รู้มั่ง แต่ด้วยความอยากขายก็บอกส่งๆ ไปอย่างงั้นแหละ ทำให้เราได้เนื้อมาแบบผิดๆ ถูกๆ ปรุงไปบางทีก็อร่อยบ้างไม่อร่อยบ้าง ดังนั้นเราจึงคิดว่าควรจะหาความรู้เกี่ยวกับการเลือกซื้อเนื้อวัว มาประดับสมองอันน้อยนิดของเราบ้างดีกว่า พอเราหาตำรามาอ่านหลายๆ เล่มแล้ว ทำให้เรารู้ว่าการเลือกซื้อเนื้อวัวนั้น ไม่ได้เป็นเรื่องยากอย่างที่คิด วันนี้เราเลยเอาความรู้ที่ได้มาฝากเพื่อนๆ บ้าง เผื่อใครบางคนหรือใครหลายๆ จะเป็นเหมือนเรา คือไม่รู้ว่าควรจะเลือกซื้อเนื้อวัวยังไง

เนื้อวัว

การเลือกเนื้อวัวที่ดี จะต้องเลือกเนื้อวัวที่มีสีแดงสด กดแล้วไม่บุ๋ม ไม่มีน้ำเลือดไหลซึมออกมาแม้เมื่อใช้มีดกรีด ไม่มีสีคล้ำอมเขียว ไม่มีกลิ่นเหม็นเน่าหรือเหม็นเปรี้ยว ไม่มีเมือกลื่น ซึ่งเนื้อควายจะมีลักษณะคล้ายเนื้อวัวมาก แตกต่างกันที่เนื้อวัวจะมีสีแดงสดและเนื้อแน่นละเอียดกว่า มันมีสีเหลือง แต่มันควายจะมีสีขาวคล้ายกับมันของหมู เนื้อวัวส่วนต่าง ๆ ของลำตัวก็จะมีความแตกต่างกันทั้งคุณภาพและราคา การนำไปประกอบอาหารต่างชนิดกัน เราจึงควรจะทำความเข้าใจกับส่วนต่าง ๆ ของเนื้อวัวกันก่อนค่ะ

เนื้อวัว1

- เนื้อไหล่ หรือเนื้อที่ติดอยู่กับคอ เหมาะสำหรับนำมาทำอาหารประเภทอบ
- เนื้อที่ติดกับซี่โครง ใช้ได้กับการอบ ย่าง หรือทอด
- เนื้อสัน เป็นส่วนที่เลยบั้นเอวลงไป แบ่งเป็นสันใน คือเนื้อส่วนที่หุ้มสันหลังด้านในเป็นส่วนที่นุ่ม และสันนอก คือเนื้อส่วนสันด้านนอก ทั้งสันในและสันนอกจะมีราคาค่อนข้างแพง เหมาะสำหรับนำไปทอด ย่าง อบ และทำสเต็ก
- เนื้อสะโพก หรือเนื้อลูกมะพร้าว เหมาะที่จะนำมาใช้อบ ย่าง ทำเนื้อบด สเต็ก
- เนื้อที่สีข้าง ส่วนนี้จะมีไขมัน เมื่อแล่เอาออกไปบ้างแล้ว ก็จะเหมาะสำหรับนำมาอบหรือบด
- เนื้อพื้นท้อง เหมาะสำหรับนำไปทำสตู น้ำสต๊อก เนื้อเปื่อย และก็เนื้อตุ๋นค่ะ
- เนื้อท่อนขาหรือเนื้อน่องลาย เป็นส่วนที่เหนียว เหมาะสำหรับนำไปทำสตูซุป ถ้านำมาทำยำต้องนำเนื้อไปหมักให้นุ่มก่อน
- ลิ้นวัว เหมาะสำหรับนำมาเคี่ยวทำสตู

ลาบเนื้อ

เมื่อเรารู้จักเนื้อวัวและวิธีเลือกซื้อเนื้อวัวแต่ละส่วนแล้ว ต่อไปหากจะต้องนำเนื้อวัวมาปรุงอาหารแล้วล่ะ ก็อย่าลืมเอาวิธีเลือกซื้อเนื้อวัวให้เหมาะกับการนำมาปรุงเหล่านี้ไปใช้ประกอบในการเลือกซื้อด้วยนะคะ เมนูแนะนำจากทางเราก็มีมาเช่นเดิมค่ะ “ลาบเนื้อ”ทางร้านของเดอะโฮมอุบลได้เลือกเนื้อส่วนสะโพกมาทำเมนูนี้ ใครที่ยังไม่เคยลอง ต้องรีบมาลองทานได้ที่ร้านเลยนะคะ

วันจันทร์ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2561

เลือกกินปลาผิด หรือ กินเยอะไปก็ป่วยได้


ป่วย

🐠 คนที่กิน ปลา จำนวนไม่น้อยมีความคาดหวังโปรตีนจากปลาแล้ว ก็ยังหวังว่าปลายังมีไขมันที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายอีกด้วย โดยเฉพาะไขมันโอเมก้า 3 นั้นถือได้ว่าเป็นไขมันที่ช่วยลดการอักเสบของหลอดเลือดได้ แต่ถ้าหากกินบ่อยไป ก็มีอาจจะป่วยได้
🐠 การกินปลานั้นยังมีความยุ่งยากที่สลับซับซ้อนไปกว่านั้น เพราะไขมันโอเมก้า 3 มีความละเอียดอ่อนในการโดนความร้อนและจะสูญเสียคุณค่าโดยทันที เป็นอันว่าการกินปลาดิบนั้นจะได้ประโยชน์ในรูปของปลาดิบแบบญี่ปุ่นก็น่าจะได้ประโยชน์มากกว่า แต่ก็ต้องเผชิญหน้ากับความเสี่ยงอีกด้านหนึ่งคือหากินปลาแบบดิบๆ ก็อาจจะได้พยาธิในปลาได้
🐠 ในอีกด้านหนึ่งก็ต้องมาพิจารณาต่อมาในเรื่องสัดส่วนของไขมันในปลา โดยหลักเกณฑ์ที่มีความน่าสนใจก็คือ ไขมันโอเมก้า 6 ซึ่งออกฤทธิ์ในการทำให้เลือดแข็งตัว ทำให้เกิดการอักเสบ ส่งผลทำให้ความดันโลหิตสูงเพิ่มขึ้น ซึ่งออกฤทธิ์ตรงกันข้ามกับไขมันโอเมก้า 3 ที่ทำให้เลือดเหลวตัว และลดการอักเสบ
🐠 ไขมันโอเมก้า 6 และ โอเมก้า 3 ต่างก็มีประโยชน์กันคนละด้าน เพราะไขมันโอเมก้า 6 มีประโยชน์คือทำให้เลือดแข็งตัวเร็ว มีโทษคือทำให้เกิดการอักเสบ ในขณะที่ไขมันโอเมก้า 3 มีประโยชน์คือทำให้ลดการอักเสบของหลอดเลือด แต่มีโทษคือทำให้เลือดแข็งตัวช้า ดังนั้น สัดส่วนที่น่าจะพอดีคือ ถ้าเรากินไขมันโอเมก้า 6 จำนวน 4 ส่วน ก็ควรจะกินไขมันโอเมก้า 3 ไป 1 ส่วน จึงจะพอดี
🐠แต่ในชีวิตจริงแล้ว คนเราในยุคนี้ส่วนใหญ่รับประทานอาหารนอกบ้านมากขึ้น ซึ่งสังคมไทยและสังคมโลกยังหลงใช้ไขมันไม่อิ่มตัวที่มีสัดส่วนของไขมันโอเมก้า 6 สูงทั้งสิ้น ดังนั้น จึงมีโอกาสที่จะได้รับไขมันโอเมก้า 3 ให้มาสมดุลเพียงน้อยนิด ทำให้คนทั่วโลกต่างสนใจที่จะกินไขมันที่โอเมก้า 3 สูงๆ เพื่อชดเชยการบริโภคไขมันโอเมก้า 6 ที่เยอะมากเกินไปในชีวิตประจำวัน

ปลาทับทิม

🐠 วันนี้เราก็ได้รู้จักทั้งคุณและโทษของปลาทับทิมกันไปแล้วนะคะ เราก็มีเมนูเกี่ยวกับปลาทับทิมมาฝาก นั้นก็คือ เมนู ปลาทับทิมนึ่งมะนาว เมนูสุดแซ่บของทางร้านอาหารเดอะโฮมอุบล แล้วยังเป็นเมนูที่คนนิยมทานกันอีกประเภทหนึ่ง ในส่วนของใครที่ไม่มีเวลาในการทำอาหาร หรืออาจจะขี้เกียจทำ กินที่บ้านไม่ได้บรรยากาศ ก็สามารถแวะมาทานที่ร้านเดอะโฮมอุบลได้นะคะ บรรยากาศดี มีพนักงานบริการอย่างพึงพอใจ แล้วใครที่ยังไม่ลอง ก็มาลองได้นะคะ รับรองว่าแซ่บมาก

วันอังคารที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2561

🍣🍣ปูอัดทำมาจากอะไร มาไขปัญหาคาใจกันเถอะ🍣🍣

ปูอัดทำมาจากอะไร เชื่อว่าหลายคนคงมีคำถามนี้อยู่ในใจ ทุกครั้งที่ได้กินปูอัดแท่งสีแดง-ขาว นุ่มนิ่มสุดอร่อย จะหั่นแล้วจิ้มวาซาบิ หรือจะฉีกเป็นเส้นฝอย ๆ แล้วโรยใส่สลัดผักก็แล้วแต่สไตล์ของคนกิน แต่ที่แน่ ๆ หลายคนยังคงไม่รู้ว่า เจ้าปูอัดแสนอร่อยที่เราคุ้นเคยรสชาติกันดี แท้จริงแล้วทำมาจากอะไร ใช่เนื้อปูแท้ ๆ หรือเปล่า หรือเป็นแค่แป้งปั้นเป็นแท่งธรรมดากันแน่นะ ว่าแล้วก็มาศึกษากันเลย
แท้ที่จริงแล้วปูอัดไม่ได้ทำมาจากเนื้อปูอย่างที่ใคร ๆ เข้าใจ แต่ทำมาจากเนื้อซูริมิ (Surimi) หรือเนื้อปลาสีขาว เช่น ปลาทรายแดง ปลาอลาสก้า ปลากระพง ปลาตาโต ปลาดาบ และปลาอื่น ๆ อีกหลายชนิด เมื่อคัดเนื้อปลาได้แล้วก็นำมาบดละเอียด แล้วปั้นเป็นรูปร่างต่าง ๆ ซึ่งโดยส่วนมากแล้วจะทำออกมาในรูปแบบแท่ง แต่งสี กลิ่น และรสให้คล้ายรสชาติของปูเข้าไปสักหน่อยนั่นเองจ้า
ทั้งนี้ปูอัด หรือเนื้อปูเทียมเกิดขึ้นด้วยเหตุผลที่ว่า บ่อยครั้งที่ชาวประมงจับได้แต่ปลา ตัวเล็ก ขนาดยังนำไปขายไม่ได้ราคา แต่ไหน ๆ ก็จับปลาติดเบ็ดมาได้แล้ว จึงคิดเอาปลามาแล่ เข้าเครื่องบดละเอียด แล้วนำเข้าเครื่องปั้น แต่งกลิ่นปู ตกแต่งสีเป็นสีแดงคล้ายประดองปู และปั้นให้มีลักษณะเหมือนเนื้อปู (เนื้อจากกล้ามปู หรือบางบริษัทก็ปั้นเป็นรูปปูตัวเล็ก ๆ) ซึ่งประเทศแรกที่คิดทำปูอัด หรือปูเทียมขึ้นมาก็คือ ประเทศญี่ปุ่น และตั้งแต่ปี ค.ศ. 1973 เป็นต้นมา เราก็ได้เห็นและรู้จักปูอัดกันแล้วล่ะค่ะ
แม้หลายคนจะรู้สึกว่า ปูอัดเป็นอาหารเทียม ที่เหมือนจะไม่ค่อยมีประโยชน์เท่าไหร่ แต่จริง ๆ แล้วปูอัดก็ถือว่าเป็นอาหารเพื่อสุขภาพอย่างหนึ่งเลยก็ว่าได้ ด้วยความที่ทำมาจากเนื้อปลาบดปรุงรส นำไปนึ่งให้สุก แล้วแช่แข็งเพื่อรักษาคุณภาพเนื้อปลา และในเมื่อปูอัดถูกปรุงสุกแล้ว ดังนั้นเราจึงสามารถกินปูอัดได้ทันที โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการปรุงสุกใด ๆ หรือหากใครอยากจะนำปูอัดไปทอดกรอบ หรือต้ม ผัด แกง เพิ่มรสชาติให้ปูอัดอร่อยมากขึ้นไปอีก อันนี้ก็ไม่ว่ากันจ้า

วันจันทร์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2561

🍍🍍​สับปะรด...มากประโยชน์ สรรพคุณครบครัน..อยากรู้มั้ยย..ตามดูกันเล้ยยยย🍍🍍

🍍🍍แค่เรากินสับปะรดเพียงวันละ 1 ชิ้นก็ช่วยดูแลสุขภาพในช่องปากได้แล้ว อาทิ อาการเสียวฟัน หรือเลือดออกตามไรฟัน เพราะวิตามินซีที่มีอยู่มากนั่นเอง แถมอุดมไปด้วยวิตามินต่างๆ และแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกายซึ่งขาดไม่ได้ เช่น กรดโฟลิก แคลเซียม โพแทสเซียม แมงกานีส แมกนีเซียม เหล็ก สังกะสี ฯลฯ ซึ่งมีส่วนช่วยในการรักษาโรคได้หลายชนิด🍍🍍

🌮🌮สรรพคุณของสับปะรด...บำบัดรักษาโรค 🌮🌮

1.เสริมสร้างภูมิคุ้มกันภายในร่างกายให้แข็งแรง จากวิตามินซีที่มีอยู่สูงในสับปะรดจะทำให้ร่างกายติดเชื้อยากและต่อสู้กับเชื้อโรคต่างๆ ได้เป็นอย่างดี
2.สรรพคุณของสับประรด ช่วยดูแลสุขภาพภายในช่องปากให้แข็งแรง ไม่เป็นโรคต่างๆ เกี่ยวกับช่องปากหรือโรคเหงือก
3.สับปะรดมีวิตามินซี เบต้าแคโรทีน และแมงกานีส ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระช่วยป้องกันอันตรายจากอนุมูลอิสระที่จะเข้ามาทำลายเซลล์ในร่างกาย
4.ประโยชน์ของสับปะรด ช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่ง สดใส และช่วยลดการเกิดริ้วรอยก่อนวัย
5.วิตามินซีที่มีสูงในสับปะรดนั้นยังช่วยบรรเทาและรักษาอาการหวัด ขับเสมหะในลำคอได้
6.ช่วยย่อยอาหารจำพวกโปรตีน เพราะในสับปะรดมีเอนไซม์ธรรมชาติคือ บรอมีเลน ที่ย่อยอาหารได้ทั้งสภาวะกรดและด่าง จึงลดอาการจุกเสียด แน่นท้อง
7.สามารถป้องกันการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด รวมทั้งอัมพฤกษ์ อัมพาต เนื่องจากเอนไซม์บรอมีเลนที่มีอยู่สับปะรดจะไปช่วยลดการเกาะกันเป็นลิ่มเลือดของเกล็ดเลือด
🌮🌮 และสับประรดยังสามารถนำมาดัดแปลงเป็นเมนูอาหารได้ เราขอแนะนำ เป็นเมนูหลนเค็มบักนัด อยากทานหลนเค็มบักนัดอร่อย ขึ้นชื่อของอุบลราชธานี ต้องมาทานที่ร้านอาหารเดอะโฮมอุบลเท่านั้น ถ้ามาอุบลแล้วไม่มาทานถือว่ามาไม่ถึงนะออเจ้า ต้องมาลิ้มรส ความอร่อย 🌮🌮

วันอาทิตย์ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2561

🥗สลัดอกไก่ทอด🥗

สลัดภาพแซนด์วิชอกไก่แบบเดิมๆ แล้วหันมาเพิ่มสีเขียวให้เมนูสลัดอกไก่ดีต่อสุขภาพกันเถอะ รับรองว่าต้องโดนใจคนที่ชอบทานอกไก่นุ่มสมุนไพรไปเต็มๆ จะทานมื้อไหนก็อร่อย ต้องแวะมาทานที่ร้านอาหาร the home ubon เท่านะคะ
สลัดไก่ทอดทำไม่ยากเลยค่ะ แถมออกมาหน้าตาดี กินผักกันเยอะนะคะ ไก่ทอดก็ทำมาจากเนื้ออกไก่ไร้มันค่ะ ทอดเสร็จแล้วก็ซับน้ำมันออกกันด้วยนะ อยากอร่อยแบบสุขภาพดีต้องพิถีพิถันนิดนึงค่ะ
สวนผสม
1.ไก่ทอดแช่แข็ง
3.แครอทหั่นฝอน
4.มะเขือเทศสีดา
5.ผักกาดหอม
6.สลัดครีมสำเร็จรูป
7.พริกไทยดำป่น
วิธิทำ
1.นำสลัดครีมมาผสมกับพริไทนดำป่น เติมน้ำมะนาวเล็กน้อย ตีให้เข้ากัน
2.นำไก่ทอดแช่แข็งมาทอดให้เหลือง นำขึ้นมาพักไว้ ให้สะเด็ดน้ำมัน
3.จัดผักต่างๆลงในจานให้สวยงาม วางไก่ทอด และไส้กรอกทอดลงไป
4.นำสลัดครีมมาราดด้านบนให้ทั่ว ก่อนรับประทาน อย่าลืมคลุกเคล้าให้เข้ากันก่อนนะคะ
ประโยชน์
1. อกไก่มีสารอาหารจำพวกโปรตีนที่จำเป็นต่อร่างกาย รวมถึงกรดอะมิโนลิวซีนที่ช่วยเสริมสร้างการทำงานของระบบย่อยอาหาร วิตามินเอ วิตามินบี 5 บี 6 และบี 12
2.ใบของผักกาดหอมมีสารแลกทูคาเรียม โดยคุณสมบัติหลักๆคือ ทำให้รู้สึกง่วง ดั้งนั้น หลายคนจึงเชื่อว่า การกินผักกาดหอมสดๆเป็นอาหารมื้อเย็นก่อนนอน ย่อมช่วยให้นอนหลับสบายยิ่งขึ้น